แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พาร์ค ชี ซอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พาร์ค ชี ซอง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553

จับตามอง เอเชีย


พาร์คยิ้ม!ตะบันพาโสมขาวเข้าวิน ปลื้มรับตน.แมนออฟเดอะแมตช์

''พาร์ค'' ตัวลอย คว้าตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ นัดประเดิมเวิลด์ คัพ 2010 พร้อมปลื้มสุดๆ กับการตะบันนำ ''โสมขาว'' กินนิ่ม กรีซ 2-0

พาร์ค ชี-ซอง มิดฟิลด์กัปตันทีมชาติเกาหลีใต้ เผยว่าเขารู้สึกพึงพอใจมากๆ หลังได้รับตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ที่เขาพังประตูปิดท้ายให้ทีมเอาชนะ กรีซ 2-0 ประตู ในศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบสุดท้าย เมื่อวันเสาร์ที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ดาวเตะจากค่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยว่า "ผมรู้สึกเป็นเกียรติและพอใจเอามากๆ ในการได้รับเลือกให้เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ แต่มันไม่สำคัญเท่ากับการที่เราเก็บชัยชนะได้ เรามีผลการแข่งขันที่ดีได้ในเกมนัดแรก ผมจึงมีความสุขมากๆ ยิ่งนี่เป็นฟุตบอลโลกหนแรกบนทวีปแอฟริกา ผมจึงมีความสุขที่เราได้รับชัยชนะ"

ทั้งนี้ "โสมขาว" ยังเหลือโปรแกรมโหดอีก 2 เกมคือการพบกับ อาร์เจนตินา ในวันที่ 17 มิ.ย.ตามด้วย ไนจีเรีย อีก 5 วันถัดไป


พาร์ยค ชี-ซอง

ชื่อเต็ม พาร์ค ชี-ซอง
วัน/เดือน/ปี เกิด 25 กุมภาพันธ์ 2524
สถานที่เกิด กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้
ส่วนสูง 1.78 เมตร
ชื่อเล่น เพื่อนร่วมทีม ยูไนเต็ด เรียกว่า จี
ตำแหน่ง มิดฟิลด์ตัวรุก
มาร่วมทีมเมื่อ 8 กรกฏาคม 2005
ค่าตัว ไม่ระบุ
ลงสนามครั้งแรก 9 สิงหาคม 2005 พบ เดเบรเซ่น
ประวัติการค้าแข้ง

ปี
สโมสร
ลงเล่น
ประตู
2000-2003
เกียวโต เพอร์เพิ่ล ซานก้า
76
11
2003-2005
พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น
64
13
2005-ปัจจุบัน
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
65
6


ประวัติการเล่นทีมชาติ
ปี 2001- ปัจจุบัน ลงเล่น 66 นัด ยิง 6 ประตู

พาร์ค ชี-ซอง หรือ "จี" ที่เพื่อนร่วมทีม แมนฯยูไนเต็ด เรียกกันอย่างคุ้นเคยถือได้ว่าเป็นมิดฟิลด์สารพัดประโยชน์เพราะสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแผงกองกลาง ด้วยทักษะการเล่นอันยอดเยี่ยมบวกกับพลังการเล่นที่ทุ่มเทวิ่งแบบไม่มีวันหมดทำให้ดาวเตะพลังโสมกลายเป็นขวัญใจของบรรดาสาวก "เร้ด อาร์มี่" อย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ย้ายมาจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ในปี 2005

พาร์ค เกิดที่กรุงโซล แต่เติบโตในเมืองซูวอนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงนัก ตอนอายุครบ 18 ปี พาร์ค ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนเพื่อย้ายไปเล่นฟุตบอลอาชีพกับ เกียวโต เพอร์เพิ่ล ซานก้า ที่ประเทศญี่ปุ่น

จุดพลิกผันของชีวิตดาวเตะรายนี้เกิดขึ้นเมื่อฝีเท้าอันโดดเด่นของเขาดันไปเข้าตา กุส ฮิดดิ้ง เทรนเนอร์ชาวดัตช์ ซึ่งตอนนั้นดำรงตำแหน่งโค้ชทีมชาติเกาหลีใต้ กอปรกับทัพโสมขาวประสบความสำเร็จในศึกฟุตบอลโลก 2002 รอบสุดท้าย ที่เกาหลีใต้จับมือญี่ปุ่นรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ

ภายหลังเสร็จศึกเวิล์ด คัพ ฮิดดิ้งค์ ซึ่งพาเกาหลีใต้สร้างความแตกตื่นให้กับวงการลูกหนังเอเชียด้วยการคว้าอันดับ 4 ของทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว ตัดสินใจรับงานคุมทีม พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ในลีกบ้านเกิด พร้อมหิ้ว พาร์ค ติดสอยหอยตามมาค้าแข้งบนแดนกังหันลมด้วย

ชื่อเสียงของแข้งแดนกิมจิรายนี้กลายเป็นที่รู้จักของคอลูกหนังทั่วยุโรปเพียงชั่วข้ามคืนหลังจากที่สามารถซัดประตู เอซี มิลาน ได้ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ประจำฤดูกาล 2005-2006

ความโดดเด่นในเชิงลูกหนังของ พาร์ค ดีเกินกว่าที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม แมนฯยูไนเต็ด จะมองข้ามได้ เป็นผลให้กุนซือสกอตติชส่งแมวมองไปซุ่มดูฟอร์มดาวเตะโสมกว่า 20 รอบ ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญาคว้าตัว พาร์ค มาร่วมทีม แบบไม่เปิดเผยค่าตัว แต่คาดว่าจะอยู่ที่ราว 4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 280 ล้านบาท) ซึ่งการซื้อ-ขายในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าฝีเท้าของ พาร์ค นั้นได้รับการยอมรับในระดับยุโรปแล้ว

เส้นทางการค้าแข้งของ พาร์ค บนเกาะอังกฤษ เป็นบททดสอบครั้งสำคัญของชีวิต นักเตะพลังโสมต้องพิสูจน์ความสามารถท่ามกลางนักเตะชั้นแนวหน้าของยุโรปมากมายที่เรียงรายอยู่ใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยในปีแรก พาร์ค มีโอกาสลงเล่นเกมพรีเมียร์ชิพเพียงแค่ 4 นัดเท่านั้น

พาร์ค ซัดประตูเบิกร่องให้ตัวเองภายใต้สีเสื้อ "ปีศาจแดง" นัดที่ แมนฯยูไนเต็ด บุกชนะ เบอร์มิงแฮม 3-1 ในเดือน ธันวาคม 2005 เกียรติยศแรกของมิดฟิลด์ทีมชาติเกาหลีใต้กับ ยูไนเต็ด คือการคว้าแชมป์คาร์ลิ่ง คัพ ในเดือน กุมภาพันธ์ 2006 โดยแมตช์ดังกล่าวขุนพล "เร้ด เดวิลส์" ไล่โขยก วีแกน 4-0